ขอเชิญร่วมงานบุญนิโรธกรรม ครั้งที่ 3 ณ ที่พักสงฆ์น้ำปี้ประชาราม

ขอเชิญร่วมงานบุญนิโรธกรรม ครั้งที่ 3 ของพระอาจารย์พรพิพัฒน์พงษ์ รตนโชโต
วันเข้านิโรธกรรม วันที่ 24 ธันวาคม 2560
วันออกนิโรธกรรม วันที่ 31 ธันวาคม 2560
เวลา 04.00 น. (ตี 4)
ณ ที่พักสงฆ์น้ำประชาราม ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน

ขอเชิญศรัทธาสาธุชน ร่วมทำบุญงานออกนิโรธกรรมครั้งที่ 3 ของ
พระอาจารย์พรพิพัฒน์พงษ์ รตนโชโต ที่พักสงฆ์น้ำปี้ประชาราม ต.น้ำมวบ
อ.เวียงสา จ.น่าน
การเข้านิโรธกรรมของพระอาจารย์พรพิพัฒน์พงษ์ รตนโชโต ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามแบบโบราณาจารย์ในสายของ ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา โดยเน้นธุดงควัตร 13 เข้านิโรธกรรมที่ไม่เหมือนผู้ใด คือ เป็นการกระทำแบบลำบาก ซึ่งพระครูบาอริยชาติได้ตั้งสัจอธิษฐานเอาไว้ว่า ในชาตินี้จะขอกระทำนิโรธกรรมเพียง 9 ครั้ง โดยจะกระทำไม่ซ้ำที่กัน และไม่กำหนดว่าจะกระทำติดต่อกันหรือไม่
วิถีทางแห่งการฝึกฝนกายและจิตที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งพระบูรพาจารย์แถบล้านนาในสายครูบาศรีวิชัยได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้จิตเข้าถึงซึ่งความสงบเพื่อการดับทุกข์อย่างแท้จริง การฝึกตนด้วยวิธีการดังกล่าวนี้เรียกว่า “การเข้านิโรธกรรม”
คำว่า “นิโรธกรรม” แปลตามรูปศัพท์ หมายถึง การกระทำให้ถึงซึ่งความดับทุกข์ วิธีการโดยทั่วไปคือ ผู้เข้านิโรธกรรมจะต้องนั่งภาวนาในท่าเดียวตลอด 7 วัน 7 คืน หรือ 9 วัน 9 คืน ตามแต่จะอธิษฐานในแต่ละครั้ง โดยไม่ฉันอาหารใด ๆ นอกจากน้ำเปล่าเท่านั้น ไม่ถ่ายหนัก ไม่ถ่ายเบา และปิดวาจาไม่พูดคุยกับผู้ใดทั้งสิ้นตลอดเวลาที่เข้านิโรธกรรม

กล่าวโดยสรุปแล้ว การเข้านิโรธกรรม คือ การดับสัญญาความจำได้หมายรู้ในอารมณ์อันเกิดจากประสาทสัมผัสทั้ง 6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เป็นการดับการเสวยอารมณ์เหล่านั้นลงชั่วขณะในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งนั่นเอง

เมื่อครั้งที่ครูบาชุ่ม โพธิโก อดีตเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล (วัดวังมุย) ยังมีชีวิตอยู่นั้น ท่านได้ดำเนินตามวิถีปฏิบัติของครูบาศรีวิชัย ด้วยการเข้านิโรธกรรมเช่นกัน เพียงแต่ในคราวนั้น พระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ซึ่งมีชีวิตอยู่ในยุคสมัยเดียวกับครูบาชุ่ม (หลวงพ่อฤาษีลิงดำเกิดก่อนครูบาชุ่ม 18 ปี) ได้กล่าวกับลูกศิษย์ของท่านถึงการเข้านิโรธกรรมของครูบาชุ่มว่า

“นี่ครูบาชุ่ม ท่านเข้านิโรธสมาบัติ”

ทั้งนี้ คำว่า “นิโรธสมาบัติ” และ “นิโรธกรรม” ทั้งสองคำนี้มีความหมายต่างกัน กล่าวคือ ผู้ที่เข้า “นิโรธกรรม” จะนั่งภาวนาโดยฉันแต่น้ำเปล่า ไม่ถ่ายหนัก-เบา ไม่พูดจาใดๆ ตลอดการเข้านิโรธกรรม

ในขณะที่ นิโรธสมาบัติ หมายถึง ภาวะการดับสัญญา และดับเวทนา เป็นการเข้าถึงฌานสมาบัติขั้นสูง โดยการปฏิบัติในขั้นนี้ กายสังขารและจิตตสังขารจะระงับไป คือแทบไม่มีลมหายใจ ไม่มีความรู้สึกทางกายและทางใจ แต่ก็ไม่ใช่พระนิพพาน สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่สามารถเข้า “นิโรธสมาบัติ” ได้นั้น พระบาลีระบุว่า “ต้องเป็นพระอนาคามีและพระอรหันต์เท่านั้น ต่ำกว่านั้นไม่สามารถเข้าได้” นั่นหมายถึง ผู้ที่สามารถเข้าถึงนิโรธสมาบัติได้จะต้องเป็นพระอริยบุคคลในระดับ “พระอนาคามี” หรือ “พระอรหันต์” ผู้ได้ฌานสมาบัติ 8 เท่านั้น

การเข้านิโรธสมาบัติ จึงเป็นการเข้านิโรธเต็มกำลังสำหรับพระอริยบุคคลระดับพระอนาคามีและพระอรหันต์ และเป็นการฝึกตนอย่างหนักและเคร่งครัดกว่าการเข้านิโรธกรรม เนื่องจากเป็นการฝึกด้วยวิธีการซึ่งเหนือวิสัยที่มนุษย์ธรรมดาทั่วๆ ไปจะกระทำได้นั่นเอง มีใจความสำคัญกล่าวถึงการปฏิบัติโดยเน้นธุดงควัตร 13 และการเข้านิโรธกรรมด้วยวิธีการที่ลำบาก โดยหลังจากได้พบตำราดังกล่าวแล้ว ิซึ่งตั้งใจจะดำเนินรอยตามมรรควิถีของครูบาอาจารย์ผู้ทรงศีลอันบริสุทธิ์ ก็ได้ตั้งสัจจะอธิษฐานว่า “ในชาตินี้จะขอกระทำนิโรธกรรมเพียง 9 ครั้ง”

การทำนิโรธกรรมตามแบบฉบับของครูบาเจ้าศรีวิชัยนั้น ท่านให้ขุดหลุมลึก 1 ศอก กว้าง 2 ศอก พอดีเข่า แล้วสร้างซุ้มฟางครอบให้มีความสูง แค่เลยศีรษะ 1 ศอก โดยจะยืนไม่ได้ ไม่ถ่ายหนัก ไม่ถ่ายเบา ฉันแต่น้ำ 1 บาตร ที่นำเข้าไปด้วย มีผ้าขาวปู 4 ผืน รองนั่ง แทนความหมาย คือ อริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค มีเสาซุ้ม 8 ต้น แทนความหมาย มรรค 8 ยอดซุ้มปักธงฉัพพรรณรังสี อันมีความหมายถึงปัญญา ราชวัตรล้อมซุ้ม มี 9 ชั้น แทนความหมายของ โลกุตรธรรม 9 คือ มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1 รวมเป็น 9
การกระทำนิโรธกรรมของพระอาจารย์พรพิพัฒน์พงษ์ จะเข้าในสถานที่สัปปายะ ห่างไกลผู้คน โดยมีชาวบ้านจัดเวรยามรักษาในรัศมี 100 เมตร เพื่อป้องกันการรบกวน โดยก่อนที่จะกระทำการนิโรธกรรม จะต้องมีพระสงฆ์ 5 รูป รับรองความบริสุทธิ์ถึงจะกระทำได้ และเมื่อออกจากนิโรธกรรม จะเป็นที่รู้กันดีในหมู่ศิษยานุศิษย์ว่า การได้ร่วมทำบุญตักบาตรกับพระสงฆ์ผู้ซึ่งออกจากนิโรธกรรมนั้น จะได้รับอานิสงส์ใหญ่หลวงมากมายหลายประการ
ในการเข้านิโรธกรรมของพระอาจารย์พรพิพัฒน์พงษ์ครั้งที่ 3 นี้ ได้กำหนด วันเข้าในวันที่ 24 ธันวาคม 2560 และออกจากนิโรธกรรมในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 04.00 น. (เช้าวันที่ 31 ตี 4)
จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมกันสร้างบุญ สร้างกุศล สร้างบารมี ร่วมกับพระอาจารย์พรพิพัฒน์พงษ์
ในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 อันเป็นวันออกจากนิโรธกรรม
ในวันดังกล่าว จะมีการทำบุญตักบาตรกับพระอาจารย์พรพิพัฒน์พงษ์ และพระสงฆ์อีกหลายรูป ปัจจัยจากการทำบุญ ศาสนวัตถุภายในที่พักสงฆ์น้ำปี้ประชาราม เช่น ศาลาการเปรียญ,ห้องน้ำ และซุ้มประตู เป็นต้น

กำหนดการ
ออกนิโรธกรรม วันที่ 31 ธันวาคมคม พ.ศ.2560 เวลา 04.00 น.(ตี 4)
04.00 น.      ทำพิธีอธิษฐานจิตออก นิโรธกรรม
04.30 น.       ใส่บาตรพระอาจารย์ พรพิพัฒน์พงษ์ออกนิโรธกรรม เดินรับบิณฑบาตร
05.00 น.      สรงน้ำพุทธมนต์
06.00 น.       เริ่มพิธีการทางศาสนา
-ตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป
-พิธีสืบชะตาหลวง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ร่วมทำบุญได้ที่ ..หมายเลขบัญชี 001-8-37793-4
ชื่อบัญชี พระพรพิพัฒน์พงษ์ เตจ๊ะวงษ์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาเวียงสา
โทร 096-693-4164
……………………………
ร่วมทำบุญได้ที่ ..หมายเลขบัญชี 985-2-16911-4
ชื่อบัญชี พระพรพิพัฒน์พงษ์ เตจ๊ะวงษ์
ธนาคารกรุงไทย สาขา บิ๊กซี น่าน
โทร 096-693-4164
====================
หรือร่วมเป็นเจ้าภาพเครื่องไทยทาน ชุดละ 500 บาท
จำนวน 9 ชุด
เจ้าภาพโรงทาน
>> ติดต่อสอบถามโทร 096-693-4164
หรืออินบล็อกทางข้อความมาสอบถามได้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *